อดีตเจ้าของลิเวอร์พูลเผยสาเหตุทำทีมตกต่ำเข้าขั้นย่ำแย่

ทอม ฮิคส์ อดีตเจ้าของร่วมของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของตนในตอนที่เข้าซื้อ “หงส์แดง” คือการเลือก จอร์จ ยิลเล็ตต์ มาเป็นคู่หู

    ฮิคส์ กับ ยิลเล็ตต์ เข้ามาเทคโอเวอร์ ลิเวอร์พูล ในปี 2007 หลังซื้อหุ้นในส่วนของ เดวิด มัวร์ มาครอบครอง อย่างไรก็ตาม ทีมในยุคของพวกเขาทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่ง “เดอะ ค็อป” หลายคนก็มองว่าทั้งคู่ไม่ได้ให้ความสำคัญในการบริหารสโมสรมากเท่าไหร่ และมักจะตราหน้าทั้งคู่ว่าเป็นปลิงอยู่บ่อยๆ

    ฮิคส์ ให้สัมภาษณ์กับ อลัน มายเออร์ส นักข่าวของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า “ผมมีความรู้สึกหลายอย่างในช่วงนั้น แน่นอนว่าผมทำพลาดไปบ้าง ที่จริงผมก็ทำเรื่องที่มันดีมากๆ ขึ้นมาเหมือนกันนะ แต่ปัญหาที่ใหญ่หลวงที่สุดของผมก็คือการที่ผมเลือกคู่หูผิด! ผมน่าจะรู้ดีกว่านี้นะ”

    “ที่จริงผมรู้จัก จอร์จ ยิลเล็ตต์ มาจากตอนที่เราทำธุรกิจด้วยกันก่อนหน้านั้น ตอนนั้นบริษัทของผมถือหุ้น 85 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของเขาถือหุ้น 15 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาเป็นคนที่รับมือด้วยไม่ได้เลย ทั้งที่เคยเจอเรื่องแบบนั้นมาแล้วแต่ทำไมผมถึงยังกล้าทำธุรกิจกับหมอนี่ด้วยการแบ่งกันถือหุ้นคนละ 50 เปอร์เซ็นต์อีกเนี่ย ? มันน่าขายหน้าซะจริงๆ!”

    “มันน่าหงุดหงิดมากๆ เพราะว่า จอร์จ เองมีปัญหาด้านการเงินตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขามีปัญหาอื่นๆ เขาไม่ได้มองเรื่องต่างๆ ในแบบเดียวกับผม ในการแบ่งกันถือหุ้นคนละ 50 เปอร์เซ็นต์น่ะ คุณต้องเห็นพ้องตรงกันเท่านั้น (ถึงจะดำเนินการอะไรได้) ไม่อย่างนั้นมันก็จะทำให้คุณอยู่ในสถานะที่แย่ ยกตัวอย่างเช่น ผมน่ะอยากปลด ริค พาร์รี่ (ประธานบริหาร ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น) ตั้งแต่แรกเลย แต่ จอร์จ กลับปกป้องเขานานเกินไป ผมคิดว่าเราเสียโมเมนตัมไปเยอะตั้งแต่ตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องต่างๆ หลายเรื่องจนน่าสนใจซะจริงๆ!”

    นักธุรกิจชาวอเมริกันเสริมว่าที่จริงตนพยายามกำจัด ยิลเล็ตต์ ไปให้พ้นๆ ด้วย แต่ก็ทำไม่สำเร็จ โดยหลังจากโดนถามว่าเขาเคยพยายามเขี่ย ยิลเล็ตต์ ไปให้พ้นจากทีมหรือไม่นั้น เจ้าตัวก็ตอบว่า “ใช่ ผมเคยพยายามทำอย่างนั้น หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนผมก็รู้ทันทีว่ามัน (การร่วมงานกับ ยิลเล็ตต์) เป็นเรื่องที่ผิดพลาด”

    “ที่จริงเราเคยบรรลุขัอตกลงที่จะแยกทางกันได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมพยายามหาเงินมาซื้อหุ้นของเขา (หมายถึงการซื้อหุ้นของ ยิลเล็ตต์ มาเป็นของตัวเอง เพื่อทำให้ ยิลเล็ตต์ หมดอำนาจในการบริหารทีมและต้องออกจากทีมไป) มันกลับเกิดเรื่องบางอย่างอยู่ตลอด และเขาเองก็พยายามกำจัดผมเหมือนกัน มันเป็นการร่วมมือกันที่แย่สุดๆ ผมต้องเดินทางไปทั่วย่านตะวันออกกลางเพื่อคุยกับหลายต่อหลายคน ลิเวอร์พูล มีฐานแฟนบอลเยอะเป็นพิเศษในย่านตะวันออกกลาง และมีหลายครั้งที่ผมคิดว่าผมได้พันธมิตรด้านธุรกิจรายใหม่ที่แข็งแกร่งมากๆ รวมถึงเป็นคนที่อาจช่วยให้เราทำแผนงานบางอย่างได้”

Facebook Comments